2008/Apr/19

เชื่อหรือใหมว่า

 

เจ้าของบล๊อคนี้สนใจสาวคนไหน แล้วฝันติดต่อกัน 3 ครั้งขึ้นไป

 

ผู้หญิงคนนั้นจะมีแฟน(ถึงไม่มีมาก่อน เดี๋ยวก็มีคนมาขอเป็นแฟน)

 

วิ้วๆ

 

ช่างเป็นความสามารถที่รันทดแท้ๆ =A=

 

 

 

ถ้าเกิดมีคนที่ชอบงวดหน้าคงต้องอดนอนซะแล้วซิ = =a จะได้ไม่แห้ว แว่วๆๆ

 

 

ว่าแต่เชื่อกันใหม

 

 

ถ้าเชื่อเราไม่รับจ้างฝันนะ เรื่องไรจะกินแห้ว ให้สาวๆสมหวังกันละ

2008/Jan/17

                  สวัสดีกันอีกครั้ง กลับมาพบกันอีกแล้ว วันนี้ จะพากลับไปเรื่องราวความฝันยามหลับ อีกแล้วละ (เฮ)คราวนี้ ไม่ใช่ฝันสนุกแบบคราวที่แล้วแล้วละ คราวนี้น่ากลัวใช้ได้ เหมือนฝันเห็นผี แต่เหงื่อท่วมกว่าฝันเห็นผีอีก

                  เรื่องราวคราวนี้ มันเกิดขึ้น ราวๆ 4 เดือนก่อน เห็นจะได้ แต่ยังจำติดตาตรึงใจมาถึงทุกวันนี้ ราวกับว่าได้ไปเยี่ยมที่นั้นมาจริงๆ ขอบอกว่า คนฝัน รู้สึกน่ากลัวโพดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

เข้าเรื่องละนะ

 

 

                   คืนนี้ผมหลับอยากสบายๆ ลมจากเครื่องปรับอากาศเป่าสบายๆ อา เคลิ้ม แล้วก็หลับลึก ไม่รู้สึกอะไรอีกเลย มารู้สึกตัวอีกที ผมอยู่ท่ามกลุ่มหมอกสีขาว มองเห็นข้างหน้าได้ไม่ไกลมากนัก ผมมองเข้าไปพยายามมองหาอะไรซักอย่างเพื่อเป็นทิศในการเดิน ซักพัก ก็มีผู้คนจากไหนไม่รู้ดิน (บางคนก็วิ่ง) เดินสวนกับผม ด้วยความสงสัยเขาจะไปไหนกัน  บางคนทักก็ไม่ตอบ บางคนก็ตอบมาว่า "ไปดูด้วยกันซิ" ผมจึงลองเดินตามไปดู คนเหล่านั้นเดินกันเร็วใช้ได้เลยละ  แปปเดียวหายไปในหมอก แต่ก็มีคนเดินมาเรื่อยๆแหละนะ

ผมเดินอยู่ซักพัก ก็เดินมาถึง คันดินที่ยกสูงกว่าหัวผมไปแต่ก็ขึ้นไปได้ละนะ จากบนนั้น เบื้องหน้าผมมองเห็น แม่น้ำขนาดใหญ่มาก มองไม่เห็นอีกฝั่งนึงเลย อาจจะเพราะหมอก หรือมันกว้างมากก็ได้ ที่ริมแม่น้ำ มีก้อนหินก้อนขนาดเหมาะมือวางอยู่เกลื่อนกลาดไปบน ที่ริมแม่น้ำนี้มีผู้คนอยู่จำนวนนึง บางคนก็เล่นก่อหิน เอาหินมาตั้งกัน บางคนก็ลงไปว่ายน้ำ ไปอีกฝั่งกัน เหมือนจะสนุกนะ คนที่ลงไปในน้ำ ผู้ชายคนนึงตะโกนมาทางผม "มาว่ายน้ำด้วยกันซิ" แล้วก็เริ่มออกว่ายไป

ผมเห็นแบบนั้นก็คิดว่าริมแม่น้ำนี้คงไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าการลงไปเล่นน้ำแล้วนะ เพราะแม่น้ำนี้ในน้ำคนน้อยใช้ได้ (ผมไม่ทันดูว่าไม่มีคนว่ายกลับมาเลยซักคน)

 ขณะที่ผมเตรียมลงน้ำนั้น ก็มีเสียงผู้ชายดุขึ้นมาข้างหลังผม "เฮ้ย แกตรงนั้นนะ ห้ามลงไปในแม่น้ำรู้ใหม" ผมหันกลับไป เป็นผู้ชายใส่ชุดภูมิฐาน หุ่นสันทัด ผมสั้นหน้าตาบอกบุญไม่รับเลย โอ้ว มันจะต่อยผมใหมครับเนี่ย

"ไปๆ กลับบ้านไปซะ แล้วก็ห้ามลงแม่น้ำนี่อีกเข้าใจใหม" ชายคนนั้นไล่ผม มือเขาลากผมออกห่างจากแม่น้ำขึ้นไปบนคันดินสูงๆนั้น แล้ว ก็กลับลงไปทางฝั่งแม่น้ำ อีกครั้ง

 ผมโดนไล่ละ กลับกลับยังไงละฟะ ผมเดินไปทางซ้ายต่อ เดินไปๆๆ ฝั่งแม่น้ำก็เห็นคนนั่งเรียงหิน กระโดดลงน้ำ บางคนมีเรือมารับด้วย แต่ผมก็กลัว คนๆนั้นจะโผล่มาอีกเลยไม่ได้ลงไป ก็เดินเลียบๆ ไปเรื่อยๆ จนเจอสะพานหินแบบจีน สีเทา พาดตัดกับแม่น้ำละ(เสียงในใจ : โอ้วว มีสะพานด้วยละเว้ย แบบนี้ก็รู้ละอีกฝั่งมีอะไร)

ผมเดินข้ามสะพานอย่างไม่รอช้า สะพานนี่ก็ยาวดีจริงๆมองลงไปที่แม่น้ำ เห็นคนว่ายน้ำด้วย บางคนก็หมดแรงจมหายไป บางคนก็พยายามเกาะเรือ แต่ก็โดนตีหายไป ผมนึกในใจ ทำไมไม่ข้ามสะพานหว่า สะพานก็มีแต่ไม่มีคนเดินบ้าอะเปล่า

ผมเดินมาจนสุดปลายสะพานผม ประตูแบบที่ไชน่าทาว์นในเมกานะ ขนาดใหญ่โตโอ่อา ด้านหลัง เหมือนไชน่าทาว์นเลยค้าบ คนพุ่งพล่าน ควั่กไคว่ ไปมาท่ามกลางหมอกหนา ไม่มีรถ มีแต่คน มีร้านรวงต่างๆ ผู้คนจอแจ แต่ไม่มีใครคุยกัน ผมเดินผ่านประตูเขามาก็รู้สึกเหมือนว่าอยู่ต่างถิ่นทันทีเลยละ  ผมเดินมาถึง 3 แยก มีทางไปด้านซ้ายกับ ตรงไป 2 ทาง ด้านหน้าเข้าไปเป็นเหมือนย่านที่พักอาศัย เลยละครับ มีร้านขายหมั่นโถว อะไรพวกนี้ด้วยแต่ไม่มีเงินสักแดง T^T

ผมตัดสินใจเดินไปทางซ้าย ดูเหมือนผมจะคิดผิดนะ 2 ข้างทางมีวณิพกเล่นครื่องสาย แอ่~อี๊~ แอ่ ดูน่าคนลุกมากกว่าน่าฟังอีก บางคนก็ร่ำขอโทษต่อลูกเมีย พ่อแม่ ชักรู้สึกไม่ดี

"หลบไป" มีคนตะโกนบอกผม ด้วยความตกใจผมก็กระโดดหลบออกจากทางเดินทันที

มีคนยายคนนึง พุ่งมาจากด้านหลัง ผ่านหน้ามผมไปอย่างรวดเร็ว ดูจากอายุ แล้วเหมือนมีอะไรดึงยายแกไปทางข้างหน้ามากว่า วิ่งละนะ (ลืมบอกไปว่าทางซ้ายมันคดเคี้ยวเลี้ยว 90 องศา เลี้ยวไปเลี้ยวมา) ผมลุกขึ้นยืนก็รู้สึกว่ามีอะไรชนข้างหลังผมอย่างแรง ผมชำเลืองดูผมว่า มีคนยายอีกคนมาติดที่หลังผม มันใดนั้นเอง ผมก็รู้สึกถึงแรงดึงมหาศาล ดึงผมไปข้างหน้าอย่างอาชา เอ๊ย อย่างรวดเร็วพยายามฝืนแล้วนะ แต่ก็ไม่ไหว พยายามจะกระโดดออกจากคุณยายราวกบัแยกออกจากกันแบบแม่เหล้กที่ดูดกันอย่างแนบแน่นนั้นแหละ มันโหดร้ายมาก แยกไม่ออก

 

คุณยายแกพูดกับผมด้วยละ "พ่อหนุ่ม ยายขอโทษ ยายขอโทษ"

 

โอ้ว มาย บุดดา~ ผมโดนดึง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา กระแทก เสา

"โอ๊ยยย " ผมร้องตะโดน แล้วทุกอย่างก็หยุดลง ผมอยู่สุดทางพอดี ด้านหน้าเป็นทางตัน ด้านซ้ายมีอาคารรูปทรงแบบจีนแห่งนึง อาคารสูง 5 ชั้น ประตูเปิดอยู่ คุณยายหายไปแล้ว

ผมมองเข้าไปข้างใน ไม่มีอะไรอาคารเปล่าๆ ผมเลยเดินเข้าไปดู แน่นอนว่าทำตัวเป็นแขกที่ดี ไม่ตะโกนหาคนแบบในหนังแน่นอน

ภายในชั้น 1 ตกแต่งเรียบๆ พื้นหิน เสาสีแดง บันไดไม้ อย่างดี ชั้น 1 ไม่มีคนเลย ขึ้นไปชั้น 2 ถึงกับตกใจเลยละ

ชั้น 2 เป็นทางเดินแคบๆ สุดทางมีทางเลี้ยว เหมือนกับทรงก้นหอยเลย ระหว่างทางผมเห็นคนนอนอยู่ ทำไมมานอนตรงนี้ บางคน ก็แบมือขอตัง แต่ไม่มายุ่งกับผมนะ ผมไม่สนใจละ เดินต่อไป ที่ชั้นนี้มีหน้าต่างแต่เปิดไม่ได้ แล้วก็มีกลิ่นธูปหอมจางๆอยู่ละ ผมเดินต่อไปจนถึงตรงกลาง ก็มีทางลง กับทางขึ้น

 

ผมตัดสินใจเดินลง เพราะคิดว่า ชั้น 1 อีกแล้ว มันน่าจะต่างกันละนะ คราวนี้ผมคิดถูก ต่างกันจริงๆด้วย ชั้นนี้เหมือนชั้นก่อนหน้าเลย ผมเดินต่อไป เดินขึ้นเดินลง เดินลง เดินขึ้น ทางไม่ซ้ำกันยังกับเขาวงกต อยากถอยแต่กลัว ประเภท "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" เลยเดินต่อ

 

จนมาถึงชั้นนึง ที่แต่งต่างไป ชั้นนี้นอกจากมีคนนอน แล้ว ยังมีถุงสีดำเหมือนถุงห่อศพ(เรียกมันว่าถุงห่อศพละกัน) วางอยู่ตามทาง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผมเลยจะลองรูดซิปที่ปิดอยู่ดู

"อย่าเปิดมันนะ" เสียงของผู้หญิงคนนึงดังมาทางข้างหลังผม

ผมตกใจสุดขีด กระโดดถอยออกจากถุงห่อศพตรงนั้นทันที ผมหันไปมอง เจอกับ หญิงสาวแต่งตัวแบบว่า...

เธอใส่ชุดแบบคนท้องใส่น่ะ(แต่เธอไม่ท้องหรอก) ผมยาวสีดำรวบผมอย่างง่ายๆ หน้าตาออกไปทางจีนๆ แต่สวยทีเดียว ในมือเธออุ้มมีเด็กทารกที่พันด้วยผ้าแบบเด็กแรกเกิดนะ (จขบ. ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร) เด็กหลับสนิทน่ารักทีเดียวเชียว

"อย่าไปจับมันนะ ถ้าไม่อยากแย่ละก็" เธอบอกผมเเล้วก็เดินไปตามทาง

สิ่งเดียวที่ผมคิดคือ "เธอเป็นคน คนเดียวที่ดูเหมือนคน ในที่แห่งนี้" ผมตัดสินใจเดินตามเธอไปทันที ผมไม่ชวนคุยไม่อะไรทั้งนั้นอยากออกไปแล้ว

เธอเดินนำผมไปไกล พอควรแต่ผมก็เห็นเธออยู่ตลอด ตามโค้ง ตามอะไรนะ ขึ้น-ลง บันได ก็ตามเธอ

 

จำนวนถุงดำเริ่มเยอะขึ้น เยอะขึ้น จนมาถึงชั้นนึง เธอหันมาบอกผม "ข้างหน้าก็ทางออกแล้วนะ"

แล้วเอก็เดินขึ้นบันใดไป

ผมก้าวข้ามถุงพวกนั้นมาอยากระมัดระวัง (ใครว่าไม่ให้เกรียติคนตายกัน แต่มันกองจนไม่มีที่เดินแล้ว)

จนมาถึงบันใด มองไปข้างบนมืดสนิท ผมตัดสินใจ ผู้หญิงขึ้นไปแล้วผู้ชายป๊อดอะไร ขึ้นตามโลด

 

 

และแล้ว

 

 

ผมก็คิดผิดถนัด ข้างหน้าผม มีแสงไฟจากหลอดนีออน กระพริบติดๆ ดับๆ ติดก็ไม่สว่าง ผนังห้องเป็นโมเสกสีเขียว มีโหลเด็กทารกที่ดูก็รู้ว่ายังไม่เกิด ใส่อยู่ เรียงเต็มไปหมด ทั้งซ้ายและขวาตั้งแต่พื้นจนถึงเพดานเลย ที่เลวร้ายกว่านั้น คือ ..... หน้าเด็กมันหันออกมาทางเดินหมดเลยนะซิ 

 

ฝันร้ายชัดๆ โชคดีที่ดูเหมือนมันจะเป็นโชคร้ายสั้นๆเพราะไม่ไกลนักผมเห็นหัวมุมเลี้ยวไปทางขวาละ

ผมเดินขาสั่นๆ ไปกลั้นใจ เฮือก แล้วเลียวทันที

โอ้ว ก๊อด

เหมือนตะกี้เลย = =

แต่ที่ฝั่งขวามีห้องอะไรซักอย่างอยู่ บนเพดานมีป้านแขวนด้วยละ เป็นภาษาจีน ร้อยละ ร้อย ผมอ่านว่ามันคือ ทางออก มาถึงตอนนี้ มันคือทางออกแน่นอน

ก่อนไป ผมมองเข้าไปในห้องเห็นผู้หญิงคนนั้นกำลังโอ๋เด็กที่เธออุ้มมาตลอดทาง ในห้องสภาพราวกับห้องผ่าตัดเลยละ มีเครื่องไม้เครื่องมือ เต็มไปหมด

ผมเดินต่อไปจนสุดทางผมช่องเหมือนลิฟท์บ้านเราเลย

 

ผมกดๆๆ รัวๆ แม้จะรู้ว่ากดมากกดน้อย มันก็มาถึงเหมือนกัน ประตูลิฟท์เปิดแสงไฟ กับผนังลิฟท์ยังกับโรงพยาบาลเก่าๆ

ผมเข้าไปแล้วกดชั้น ล้างสุดทันที แล้วกดปิด ติ๊กๆๆๆ ประตูลิฟท์ปิดแล้วก็เปิดมาอีกครั้ง ผมอยู่ชั้นเดิมเลยคร้าบ

ผู้หญิงคนนั้นวิ่งมาขึ้นลิฟท์ที่ผมอยู่ (มีตัวเดียว กลัวตกลิฟท์มั้ง) คราวนี้เธอไม่ได้ถือเด็กอยู่แล้วละ

เธอเข้ามาเสร็จกดปิดประตู จากนั้นเธอก็บอกผมว่า "ทางออกอยู่นี่" แล้วก็จิ้มชั้นบนสุด

 

 

กึงๆๆๆ ลิฟท์ค่อยๆ ยกขึ้นสู่ชั้นบนสุด

 

ติ๊ง ประตูลิฟเปิดออก ผมอยู่ที่อาคารตรง 3 แยกที่เดินเข้ามาตอนแรกอีกครั้ง ด้านขวา เป็นที่ๆมีคนร้องเพลง ตรงไปเป็นทางที่ผมมา  ผมก้าวออกจากลิฟท์ ถึงนึกถึงผู้หญิงคนนั้นได้ ผมหันไป ถามเธอคำถามแรก ทันที

"ไม่ออกมาเหรอ"

 

เอตอบผมเสียงใสมาเลยละว่า "ไม่ละ พอดีลืมของไว้ชั้นล่างนะ ขอกลับไปเอาก่อน คุณไปก่อนเถอะ"

 

โอ้ว ก๊อด ชั้นล่าง นรกนั่นนะเรอะ ให้ตายเถอะผมก็ผู้ชายนะ ไม่กลับไปหรอก รับผิดชอบไปละกัน

 

ผมเดินออกจากเมืองแห่งนั้นมาแบบนี้แหละ

 

ผมข้ามสะพาน เดินเข้าไปยังกลุ่มหมอกอีกครั้ง

 

แล้วผมก็ตื่นขึ้น เหงื่อท่วมเลย =w=

 

จบ

 

 

2008/Jan/16

                     วันนี้มีเรื่องของเด็กคนนึงในบอร์ดแห่งนึง มาปรึกษาเรื่องความรักกับคนในบอร์ด(ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า กะเห็นคนในบอร์ดจริงจังกัน หรือเปล่า แต่คิดว่าเรื่องจริงไว้ก่อน) อยู่ราวๆ 2 ชม.ได้

ไอ้เรามันก็คนดีซะด้วย (พุดมาได้ ยางอายอยู่แห่งหนใด) แนะนำกันไปเต็มที่ เชียร์ให้สารภาพไปเถอะ ว่าไปมันก็สับสนเหมือนกันนะ ตัวเองนะนำไปได้ยังไง กัน ตัวเองยังทำไม่ได้เลย ไปแนะนำแบบนั้น ทำเอากระเทือนใจเล็กน้อย (ฮา)

                    ดังนั้นเนื้อหาในเรื่องนี้เล่าย้อนอดีตกันสุดฤทธิ์สุดเดช ไร้สาระเต็มสตรีม(ปกติก็ไม่มีอยู่แล้ว) ไม่อยากอ่านเรื่องราวก็ปิดๆไปเถอะเสียเวลา (ว่าง่าย อาย)

 

                   เรื่องมันเริ่มตอน ม. 5 ละนะ (เอาแบบดูอินเตอร์มาหน่อย ก็ ไฮสคูลปี 2) เธอคนนั้นก็ปรากฏในสายตา (ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอไปอยู่ไหนมากัน) สงสัยตอน ม.ต้นจะเก่งอยู่ห้องคิง มาตลอดละมั้ง เลยไม่เห็น 555

ตอนเจอกันนั้นจำไม่ได้แล้วแหะว่าเรื่องอะไร อ่อใช่ เพื่อนสนิทเธอเป็นแฟนกับเพื่อนผม ดังนั้น 2 คนนี้จะมาที่ห้องบ่อย แถมหลังๆ มีงานติดบอร์ดอะไร ก็มักจะได้ร่วมงานกัน เพราะ จำนวนคนมันใช้เยอะ เลยได้มีโอกาส หลังจากนั้นก็คุยๆกันเป็นเพื่อนในกลุ่มกัน(ทั้งๆที่ในใจ นั้นไม่ใช่เลย~ย) แม้จะอยู่คนละห้องก็เถอะ พักก็มารวมตัวกันประจำ  ดูมีความสุขจริงๆ ให้ตายซิ รอยยิ้ม กับเสียงหัวเราะ ใบหน้าที่ยิ้มของเธอนั้นช่างสวยงามกระชากใจจริงๆ (โคตะระน้ำเน่า แอวะ)

                  Q - ถ้าชอบขนาดนั้น ทำไม ไม่บอกไปละ !!

                  A - ผมรู้นะซิว่าเธอมีคนที่ชอบเป็นตัวเป็นตนแล้ว (ไม่อยากใช้คำว่าแฟน กั่กๆ)

                  Q -  แล้วทำไงละ ? ทำไมไม่บอกไปละ แม้จะรู้ว่าผิดหวัง อยู่แล้วก็ตามที จะได้สบายใจ

                   A - ก็อยากละนะ แต่ตอนนั้นไม่พูดไม่ออกจริงๆแหละ สุดท้ายก็ได้แต่นั่งมองตลอด 2 ปี จนจบ ม.ปลาย

 

                 ฟังเรื่องน้องคนนั้นแล้วก็ไม่อยากให้เหมือนตัวเองจังนะ มีความรักแต่จะคว้ามันได้ใหม หึหึ ไม่รู้เหมือนกันนะ มันเป็นเรื่องของอนาคต

แต่ถ้าหากเจ้าของบล๊อคละก็ถ้าย้อนกลับไปได้นะ ก็จะเลือกคว้าไว้ไม่ได้ มากกว่า ไม่ยอมยื่นมือออกไปคว้ามัน ละน่ะ

 

มันก็เหมือนกับที่เขาว่า "รักแรกมักไม่สมหวังนั่นแหละ"  

 

ฮะๆๆๆๆๆๆ

 

 

 

คนที่มีคนรักตอนวัยรุ่นนี่มัน น่าอิจฉา ชะมัดยาด

2008/Jan/14

                  คนเราเวลาหลับ บางทีก็ฝัน บางทีก็ไม่ฝัน บางทีก็ฝันดี บางคืนก็ฝันร้าย  เมื่อเราตื่นขึ้นมาบางทีก็ลืมบางทีก็ยังคงติดตาอยู่ บางทีเราฝันสนุกๆ พอทีจะเอามาเล่าให้ชาวบ้าน ฟังได้

 

                   ซึ่งเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ เกิดขึ้นยามหลับล้วนๆ  หากใครจะบอกว่าเจ้าของบล๊อค ฝันไปรึเปล่าก็บอกได้ว่า ฝันไปน่อ หมกหมุ่นมากไปรึเปล่า (อันนี้ไม่รู้ซิ)

 ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

                 เรื่องมันเริ่มขณะที่ผมหลับอยู่ (แหงละ) ผมรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่หน้าสิ่งก็สร้างประหลาดๆ เป็นหอคอยคู่สีขาว สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ไม่มีก้อนเมฆ จากจุดที่ผมยืนมองไม่เห็นยอดหรอก รอบๆตัวผมเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว ไกลสุดลูกหูลุกตา บนพื้นดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเลยสักอย่างเดียว

"............" ผมยังรู้สึกเบลอๆ ราวกับคนพึ่งตื่น บรรยากาศรอบตัวแม้จะต่างถิ่นแต่ก็รู้สึกสบายผ่อนคลาย

ทันใดนั้นเอง ประตูของหอคอย ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าผมก็เปิดออก พร้อมกับเสียงของชายชรา ในชุดคลุมสีขาว "สวัสดีพ่อหนุ่มหลงทางมาเหรอ"  น้ำเสียงของเขาทำให้ผมคิดว่า ไม่น่าใช่คนไม่ดีหรอก

ชายชรายังคงพูดต่อ "พ่อหนุ่มสนใจ ขึ้นไปบนยอดหอคอยนี้ใหม?"

ผมนึกในใจ  "อะไรกัน ให้ขึ้นไปบนหอคอยสูงลิบลิ่วเนี่ยเหรอ ยิ่งกว่าบ้าซะอีก จะมีอะไรบนยอดหอคอยนี้ฟ่ะ"

"ที่ชั้นบนสุดของของหอคอย มีทางเชื่อม ระหว่าง หอคอยนี้ มีรูปปั้นเทพธิดา อยู่ พ่อหนุ่มสนใจขึ้นไปชม หน่อยใหม" ชายชราถามคำถามผมราวกับอ่านใจได้ อย่างงั้นเเหละ

"คุณตาครับ สูงขนาดนี้คงใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะถึง" ผมพยายามปฏิเสธแกไปนะ

ชายชรายิ้มน้อยๆกับผม "พ่อหนุ่มเอ๊ย ในหอคอยนี้มีที่พาขึ้นไปชั้นบนนะ ไม่ต้องกังวลไปลอง มาซิ จะพาเข้าไปดู"

หอคอยประหลาดๆ ในที่ประหลาด ซ้ำยังมีลิฟท์ด้วย มันน่าติดใจจริงๆ อะไรบางอย่างในตัวผมบอกอย่างนั้น

ผมเดินตามชายชราเข้าไปในหอคอย ภายในหอคอยไม่มีอะไรเลย นอกจาก บันใดวนสีขาวที่ติดกับผนังหินสีเขียวอ่อนราวกับมรกต ด้านที่ไม่ติดกับผนังไม่มีราวบันใดให้จับอีกตังหาก

"นี้ไงละ เจ้าสิ่งนี้จะพาพ่อหนุ่มขึ้นไปยังชั้นบนได้ง่ายๆ" ชายชราชี้ลงไปที่พื้นที่อยู่กลางห้อง

บนพื้นตรงกลางห้อง มีอะไรบางอย่างหมุนวน อยู่ตรงกลาง จนพื้นสีเขียว หมุนราวกับน้ำวนขนาดเล็กๆ

"นี่มันอะไรเนี่ย" ผมถามชายชราถึงเจ้าสิ่งที่อยู่กลางห้อง  

"เจ้าสิ่งนี้คือ เครื่องวัดบุญ" ชายชราตอบผมมา

ผมคิดในใจ แย่ละซิ มีเครื่องวัดบุญ อะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย

ชายชรายังคงอธิบายถึง เจ้าสิ่งนี้ต่อไป "มันจะพาที่ใช้มันขึ้นไปบนหอคอยแห่งนี้ ตามบุญที่ผู้ใช้สะสมมา หากมีมากก็ขึ้นไปชั้นสูงสุดได้ หากมีน้อยก็....." ชายชราหยุดอธิบาย ทำให้ผมอยากรู้ขึ้นไปอีก

"จะเกิดอะไรขึ้นครับ"

 คำตอบของชายชราทำเอาอยากออกไปจากที่นี่ทันที "มันจะหยุดตามบุญที่มีนะ ถ้าขึ้นไม่ถึงชั้นบน ก่อนที่ร่างเจ้าจะตกมากระแทกพื้นชั้นล่างสุด ให้รีบหาทางเกาะบันใดไว้ให้เร็วที่สุดแล้วกัน"

โอ้ว สวรรค์ ผมเข้าใจถึงเหตุที่ว่าทำไมบันใดมันถึงไม่มีราวให้จับ แถมมีไอ้เครื่องบ้าบอคอแตกนี่อีก   

"ว่าไง จะลองใหม พ่อหนุ่ม" ชายชราถามคำถามที่ ร้อยละ 99 ยังไงคำตอบก็ โน อยู่แล้ว แน่นอน

แต่ด้วยความอยากลอง ผมตอบรับชายชราไป แล้วก็ก้าวเท้าเข้าสู่จุดศุนย์กลางของเครื่อง

 

ทันทีที่เท้าผมสัมผัส รู้สึกได้ทันทีว่า ภาพรอบๆตัว หมุนคว้าง อย่างรวดเร็ว ในใจตอนนี้คิดว่า ผมจะมีบุญพอที่จะขึ้นไปถึงชั้นบนสุดใหม

 

ไม่กี่อึดใจคำตอบก็ออกมา ผมรู้สึกถึง ภาพที่หมุนมันช้าลงเรื่อยๆ ผมเห็นเพดานของหอคอยอยู่ตรงหน้าห่างออกไป ราวๆ 15 เมตร ร่างผมหมุนช้าลงเรื่อยๆ ดูท่าว่าบุญจะมีไม่ถึง ซะแล้ว

พอผมประคองตัวได้แล้วผมเริ่มว่ายอากาศเต็มที่ ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด พร้อมกับนึกในใจ "ตูไม่น่าเสี่ยงเลยพับผ่าซิ"

ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันนะ การว่ายอากาศ ดุเหมือนจะได้ผล ผมค่อยๆ ไกล้บันใดสีขาวตรงหน้าขึ้นเรื่อยๆ และผมก็รู้สึกได้ว่า ความสูงที่ได้จากเครื่องวัดบุญนี่มันเริ่มน้อยแล้ว

ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงขาลง ผมคว้าขั้นบันใดไว้ได้หวุดหวิด หัวใจเต้นถี่ยิบ

 

เบื้องล่างตอนนี้มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น (ตกไปคาดว่าศพไม่สวยแน่นอน)

ผมจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปต่อ "เอาวะ ขึ้นให้ถึงยอดง่ายกว่าลงไปข้างล่างแล้ว"

 

ผมเดินต่อไปจนถึงชั้นบนสุด ที่ชั้นนี้มีเพียงประตูไม้ขนาดใหญ่ 1 บาน เท่านั้น

ผมเปิดประตูนั้นออก แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามา แต่ไม่มีลมพัดเข้ามา น่าแปลกดีเหมือนกันที่ความสูงระดับนี้ไม่มีลมเลย

แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือภาพเบื้องหน้าผม มีหอคอยที่ 3 สร้างอยู่ระหว่างกลางของหอคอยที่ผมยืนอยู่และอีก หอคอยนึง

หอคอยสีขาว นี้ไม่สูงมากนักสูงราวๆ ตึก 7 ชั้น ไม่มีทางเข้า ด้านนอกมีบันใดเล็กๆ วนอยู่รอบๆตัวหอคอย ที่ส่วนบนสุดมีรูปปั้นอะไรบางอย่างตั้งอยู่

ผมเดินขึ้นบันใดที่อยู่รอบๆหอคอยนั้น บันใดนี้เล็กมาก ความกว้างของมันราวๆ 1 ฝ่าเท้า ทำให้เวลาเดินต้องเกาะผนังไปด้วย หากมองไปอีกฝั่งเห็นพื้นดินอยู่ข้างล่าง มองออกไปเห็นเพียงท้องฟ้า ที่ไร้เมฆ กับผืนดินอันกว้างใหญ่

แม้มันจะยากแต่ผมก็พยายามเดินต่อไป จนเกือบถึงด้านบน ผมว่า 7 ขั้นสุดท้าย ความสูงระหว่างขั้นสูงกว่าบันใดปกติถึง 2 เท่า  แถมไม่มีผนัง ให้เกาะซะด้วย

ความรู้สึกตอนนี้ จะถอยก็ไม่ได้แล้ว ขามันสั่นไปหมดแล้วละ สูงก็สูง มองข้างล่างก็หวิว ข้างหน้าก็หวิว

มาถึงขั้นนี้ ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นะ (ยังใจกล้าอยู่)

ขั้นแรก ขาสั่นพั่บๆๆ แต่ยังคงประคองตัวได้อยู่

ขั้นต่อมา ขาสั่นนักกว่าเก่า

ขั้นที่ 4 ต้องก้มลงเอามือมาช่วยจับแล้วละ ไม่ไหวแล้ว

ขั้นที่ 6 เผลอมองไปข้างล่าง ใจร่วงไปอยู่ที่พื้นดินทันที

ในใจตอนนี้คิดว่าถ้าไปต่อ ตูตายแน่นอน จะเกาะอยู่อย่างนี้ก็ตายแน่นอน จะถอยก็ ขั้นที่แล้วมันอยู่ไหนฟ่ะ ขาสัมผัสไม่ได้เลย อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วด้วย แต่มันชันมากเลย

ตอนนี้ในหัวคิดสารพัด วุ่นวายไปหมด จนในที่สุดก็ต้องแหกปากตะโกนว่า "ช่วยด้วย"

หลังจากขอความช่วยเหลือบนที่สูงสุดฟ้า แห่งนี้ แทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาช่วย 

มีมือยื่นมาจากด้านบน แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทำให้มองไม่เห็นหน้าเจ้าของมืออันนี้

แต่จากลักษณะ มือ บ่งบอกว่าเจ้าของเป็นผู้หญิงแน่นอน

"จับเอาไว้ซิ" น้ำเสียงอันอ่อนโยน ไม่เหมาะกับสถานการ์ณความเป็นความตาย แบบนี้ ทำเอาผมคว้ามือเธอแบบไม่ทันคิดอะไร

พอมีตัวช่วยจากด้านบนแบบนี้ทำให้ ขั้น ที่เหลือง่ายดายขึ้นมาทันที

ที่ตรงนี้เป็นลานหินอ่อนกว้างๆ ตรงกลางมีรูปปั้นนางฟ้าเป่าขลุ่ยขนาดใหญ่สีขาวสะอาด และสวยงาม ทำเอาหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลอง เมื่อสักครู่สงบลง จิตใจสบายอย่างอบกไม่ถูก

เสียงหัวเราะคิกคัก ของผู้หญิงที่ช่วยผมดังขึ้น ทำให้นึกขึ้นได้ว่าบนที่แห่งนี้มีคนอื่นอยู่อีก

"ไม่น่าเชื่อว่า ที่นี่จะมีคนมาเที่ยว นะ" เธอถามผม

ตอนนี้ผมเห็นรูปร่างลักษณะของเธอชัดแล้วละ ที่จะไม่ชัดคงจะเป็นส่วนใบหน้า ผิดกับตาลุงที่ล่อลวงผมให้ขึ้นมาชัดๆ

คนที่ช่วยผมนั้นเธอ xxxx xxxxx xxxxxx ใส่ชุดกระโปรงสีขาวสะอาด ดูแล้วน่ารักเหมือนกัน

"เอ่อ... แล้วเธอเป็นใครกัน" ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ หรอก เพราะ ผมเองก็ไม่ได้มาเที่ยวซะหน่อย

เธอหัวเราะเล็กน้อย "ดูท่า คุณคงไม่รู้วิธีออกไปจากที่นี่ซินะ"

เธอไม่ได้ตอบคำถามผม ซะด้วย เธออ้อมไปที่ด้านหลังรูปปั้น "ถ้าคุณอยากลงไปข้างล่าง ทางลงอยู่ตรงนี้นะ"

พอได้ยินคำว่าทางลง ผมจะได้ออกไปจากไอ้สถานที่แห่งนี้แล้ว ผมวิ่งไปดูทันที สิ่งที่พบก็คือ.....

 

พื้นที่หมุนจนดูคล้ายน้ำวน แบบเครื่องวัดบุญที่ผมเจอมาข้างล่างนั่นชัดๆ

 

เธอคนนั้นหายไปแล้วอีกตังหาก เชื่อได้ว่า เธอคงลงไปข้างล่างแล้วเป็นแน่แท้

 

นาทีนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วละ เลยตัดสินใจ ก้าวเท้าเข้าไปที่ใจกลางของสิ่งนั้นอีกครั้ง

 

 

แล้วผมก็รู้สึกตัวอีกที บนที่นอน ที่บ้านผมนั้นเอง

 

 

 จบ.

 

 

อ่านแล้ว ใครคิดว่าผมหมกหมุ่นก็เอาเหอะนะ

ส่วนผู้หญิงคนนั้นบอกตามตรงว่า ไม่สามารถรายละเอียดอะไรได้ ขอเก็บเธอไว้ในใจเป็นความลับของเรื่องนี้ก็และกัน ^^b

 

ปล.เขียนไม่ดี อย่าว่าเรานะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2007/Oct/01

ในที่สุดหลังจากรอคอยมายาวนานถึง 4 ปีเต็มๆ ก็ได้มาเสียที Playstation 2 อ๊างงงง

/ตุ๊บตั๊บ โลกเขาไปถึงไหนแล้ว = =a

ในที่สุดก็ได้มาครอบครองมีเกมที่อยากเล่นเต็มไปหมด อาทิเช่น Final Fantasy ใน Ps2,Tales,DQ,SRW โอ้ยยย เพียบเลย

ตอนนี้ก็ดีใจสุดๆ ดีใจจจจจ เห่อสุดๆ!!!!!