คนเราเวลาหลับ บางทีก็ฝัน บางทีก็ไม่ฝัน บางทีก็ฝันดี บางคืนก็ฝันร้าย เมื่อเราตื่นขึ้นมาบางทีก็ลืมบางทีก็ยังคงติดตาอยู่ บางทีเราฝันสนุกๆ พอทีจะเอามาเล่าให้ชาวบ้าน ฟังได้
ซึ่งเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ เกิดขึ้นยามหลับล้วนๆ หากใครจะบอกว่าเจ้าของบล๊อค ฝันไปรึเปล่าก็บอกได้ว่า ฝันไปน่อ หมกหมุ่นมากไปรึเปล่า (อันนี้ไม่รู้ซิ)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องมันเริ่มขณะที่ผมหลับอยู่ (แหงละ) ผมรู้สึกตัวอีกทีก็อยู่หน้าสิ่งก็สร้างประหลาดๆ เป็นหอคอยคู่สีขาว สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ที่ไม่มีก้อนเมฆ จากจุดที่ผมยืนมองไม่เห็นยอดหรอก รอบๆตัวผมเป็นทุ่งหญ้าสีเขียว ไกลสุดลูกหูลุกตา บนพื้นดินไม่มีสิ่งปลูกสร้างเลยสักอย่างเดียว
"............" ผมยังรู้สึกเบลอๆ ราวกับคนพึ่งตื่น บรรยากาศรอบตัวแม้จะต่างถิ่นแต่ก็รู้สึกสบายผ่อนคลาย
ทันใดนั้นเอง ประตูของหอคอย ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าผมก็เปิดออก พร้อมกับเสียงของชายชรา ในชุดคลุมสีขาว "สวัสดีพ่อหนุ่มหลงทางมาเหรอ" น้ำเสียงของเขาทำให้ผมคิดว่า ไม่น่าใช่คนไม่ดีหรอก
ชายชรายังคงพูดต่อ "พ่อหนุ่มสนใจ ขึ้นไปบนยอดหอคอยนี้ใหม?"
ผมนึกในใจ "อะไรกัน ให้ขึ้นไปบนหอคอยสูงลิบลิ่วเนี่ยเหรอ ยิ่งกว่าบ้าซะอีก จะมีอะไรบนยอดหอคอยนี้ฟ่ะ"
"ที่ชั้นบนสุดของของหอคอย มีทางเชื่อม ระหว่าง หอคอยนี้ มีรูปปั้นเทพธิดา อยู่ พ่อหนุ่มสนใจขึ้นไปชม หน่อยใหม" ชายชราถามคำถามผมราวกับอ่านใจได้ อย่างงั้นเเหละ
"คุณตาครับ สูงขนาดนี้คงใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะถึง" ผมพยายามปฏิเสธแกไปนะ
ชายชรายิ้มน้อยๆกับผม "พ่อหนุ่มเอ๊ย ในหอคอยนี้มีที่พาขึ้นไปชั้นบนนะ ไม่ต้องกังวลไปลอง มาซิ จะพาเข้าไปดู"
หอคอยประหลาดๆ ในที่ประหลาด ซ้ำยังมีลิฟท์ด้วย มันน่าติดใจจริงๆ อะไรบางอย่างในตัวผมบอกอย่างนั้น
ผมเดินตามชายชราเข้าไปในหอคอย ภายในหอคอยไม่มีอะไรเลย นอกจาก บันใดวนสีขาวที่ติดกับผนังหินสีเขียวอ่อนราวกับมรกต ด้านที่ไม่ติดกับผนังไม่มีราวบันใดให้จับอีกตังหาก
"นี้ไงละ เจ้าสิ่งนี้จะพาพ่อหนุ่มขึ้นไปยังชั้นบนได้ง่ายๆ" ชายชราชี้ลงไปที่พื้นที่อยู่กลางห้อง
บนพื้นตรงกลางห้อง มีอะไรบางอย่างหมุนวน อยู่ตรงกลาง จนพื้นสีเขียว หมุนราวกับน้ำวนขนาดเล็กๆ
"นี่มันอะไรเนี่ย" ผมถามชายชราถึงเจ้าสิ่งที่อยู่กลางห้อง
"เจ้าสิ่งนี้คือ เครื่องวัดบุญ" ชายชราตอบผมมา
ผมคิดในใจ แย่ละซิ มีเครื่องวัดบุญ อะไรแบบนี้ด้วยเหรอ ที่นี่มันที่ไหนวะเนี่ย
ชายชรายังคงอธิบายถึง เจ้าสิ่งนี้ต่อไป "มันจะพาที่ใช้มันขึ้นไปบนหอคอยแห่งนี้ ตามบุญที่ผู้ใช้สะสมมา หากมีมากก็ขึ้นไปชั้นสูงสุดได้ หากมีน้อยก็....." ชายชราหยุดอธิบาย ทำให้ผมอยากรู้ขึ้นไปอีก
"จะเกิดอะไรขึ้นครับ"
คำตอบของชายชราทำเอาอยากออกไปจากที่นี่ทันที "มันจะหยุดตามบุญที่มีนะ ถ้าขึ้นไม่ถึงชั้นบน ก่อนที่ร่างเจ้าจะตกมากระแทกพื้นชั้นล่างสุด ให้รีบหาทางเกาะบันใดไว้ให้เร็วที่สุดแล้วกัน"
โอ้ว สวรรค์ ผมเข้าใจถึงเหตุที่ว่าทำไมบันใดมันถึงไม่มีราวให้จับ แถมมีไอ้เครื่องบ้าบอคอแตกนี่อีก
"ว่าไง จะลองใหม พ่อหนุ่ม" ชายชราถามคำถามที่ ร้อยละ 99 ยังไงคำตอบก็ โน อยู่แล้ว แน่นอน
แต่ด้วยความอยากลอง ผมตอบรับชายชราไป แล้วก็ก้าวเท้าเข้าสู่จุดศุนย์กลางของเครื่อง
ทันทีที่เท้าผมสัมผัส รู้สึกได้ทันทีว่า ภาพรอบๆตัว หมุนคว้าง อย่างรวดเร็ว ในใจตอนนี้คิดว่า ผมจะมีบุญพอที่จะขึ้นไปถึงชั้นบนสุดใหม
ไม่กี่อึดใจคำตอบก็ออกมา ผมรู้สึกถึง ภาพที่หมุนมันช้าลงเรื่อยๆ ผมเห็นเพดานของหอคอยอยู่ตรงหน้าห่างออกไป ราวๆ 15 เมตร ร่างผมหมุนช้าลงเรื่อยๆ ดูท่าว่าบุญจะมีไม่ถึง ซะแล้ว
พอผมประคองตัวได้แล้วผมเริ่มว่ายอากาศเต็มที่ ตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด พร้อมกับนึกในใจ "ตูไม่น่าเสี่ยงเลยพับผ่าซิ"
ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันนะ การว่ายอากาศ ดุเหมือนจะได้ผล ผมค่อยๆ ไกล้บันใดสีขาวตรงหน้าขึ้นเรื่อยๆ และผมก็รู้สึกได้ว่า ความสูงที่ได้จากเครื่องวัดบุญนี่มันเริ่มน้อยแล้ว
ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงขาลง ผมคว้าขั้นบันใดไว้ได้หวุดหวิด หัวใจเต้นถี่ยิบ
เบื้องล่างตอนนี้มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น (ตกไปคาดว่าศพไม่สวยแน่นอน)
ผมจึงตัดสินใจเดินขึ้นไปต่อ "เอาวะ ขึ้นให้ถึงยอดง่ายกว่าลงไปข้างล่างแล้ว"
ผมเดินต่อไปจนถึงชั้นบนสุด ที่ชั้นนี้มีเพียงประตูไม้ขนาดใหญ่ 1 บาน เท่านั้น
ผมเปิดประตูนั้นออก แสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามา แต่ไม่มีลมพัดเข้ามา น่าแปลกดีเหมือนกันที่ความสูงระดับนี้ไม่มีลมเลย
แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือภาพเบื้องหน้าผม มีหอคอยที่ 3 สร้างอยู่ระหว่างกลางของหอคอยที่ผมยืนอยู่และอีก หอคอยนึง
หอคอยสีขาว นี้ไม่สูงมากนักสูงราวๆ ตึก 7 ชั้น ไม่มีทางเข้า ด้านนอกมีบันใดเล็กๆ วนอยู่รอบๆตัวหอคอย ที่ส่วนบนสุดมีรูปปั้นอะไรบางอย่างตั้งอยู่
ผมเดินขึ้นบันใดที่อยู่รอบๆหอคอยนั้น บันใดนี้เล็กมาก ความกว้างของมันราวๆ 1 ฝ่าเท้า ทำให้เวลาเดินต้องเกาะผนังไปด้วย หากมองไปอีกฝั่งเห็นพื้นดินอยู่ข้างล่าง มองออกไปเห็นเพียงท้องฟ้า ที่ไร้เมฆ กับผืนดินอันกว้างใหญ่
แม้มันจะยากแต่ผมก็พยายามเดินต่อไป จนเกือบถึงด้านบน ผมว่า 7 ขั้นสุดท้าย ความสูงระหว่างขั้นสูงกว่าบันใดปกติถึง 2 เท่า แถมไม่มีผนัง ให้เกาะซะด้วย
ความรู้สึกตอนนี้ จะถอยก็ไม่ได้แล้ว ขามันสั่นไปหมดแล้วละ สูงก็สูง มองข้างล่างก็หวิว ข้างหน้าก็หวิว
มาถึงขั้นนี้ ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นะ (ยังใจกล้าอยู่)
ขั้นแรก ขาสั่นพั่บๆๆ แต่ยังคงประคองตัวได้อยู่
ขั้นต่อมา ขาสั่นนักกว่าเก่า
ขั้นที่ 4 ต้องก้มลงเอามือมาช่วยจับแล้วละ ไม่ไหวแล้ว
ขั้นที่ 6 เผลอมองไปข้างล่าง ใจร่วงไปอยู่ที่พื้นดินทันที
ในใจตอนนี้คิดว่าถ้าไปต่อ ตูตายแน่นอน จะเกาะอยู่อย่างนี้ก็ตายแน่นอน จะถอยก็ ขั้นที่แล้วมันอยู่ไหนฟ่ะ ขาสัมผัสไม่ได้เลย อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วด้วย แต่มันชันมากเลย
ตอนนี้ในหัวคิดสารพัด วุ่นวายไปหมด จนในที่สุดก็ต้องแหกปากตะโกนว่า "ช่วยด้วย"
หลังจากขอความช่วยเหลือบนที่สูงสุดฟ้า แห่งนี้ แทบจะไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนมาช่วย
มีมือยื่นมาจากด้านบน แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาทำให้มองไม่เห็นหน้าเจ้าของมืออันนี้
แต่จากลักษณะ มือ บ่งบอกว่าเจ้าของเป็นผู้หญิงแน่นอน
"จับเอาไว้ซิ" น้ำเสียงอันอ่อนโยน ไม่เหมาะกับสถานการ์ณความเป็นความตาย แบบนี้ ทำเอาผมคว้ามือเธอแบบไม่ทันคิดอะไร
พอมีตัวช่วยจากด้านบนแบบนี้ทำให้ ขั้น ที่เหลือง่ายดายขึ้นมาทันที
ที่ตรงนี้เป็นลานหินอ่อนกว้างๆ ตรงกลางมีรูปปั้นนางฟ้าเป่าขลุ่ยขนาดใหญ่สีขาวสะอาด และสวยงาม ทำเอาหัวใจที่เต้นรัวเป็นกลอง เมื่อสักครู่สงบลง จิตใจสบายอย่างอบกไม่ถูก
เสียงหัวเราะคิกคัก ของผู้หญิงที่ช่วยผมดังขึ้น ทำให้นึกขึ้นได้ว่าบนที่แห่งนี้มีคนอื่นอยู่อีก
"ไม่น่าเชื่อว่า ที่นี่จะมีคนมาเที่ยว นะ" เธอถามผม
ตอนนี้ผมเห็นรูปร่างลักษณะของเธอชัดแล้วละ ที่จะไม่ชัดคงจะเป็นส่วนใบหน้า ผิดกับตาลุงที่ล่อลวงผมให้ขึ้นมาชัดๆ
คนที่ช่วยผมนั้นเธอ xxxx xxxxx xxxxxx ใส่ชุดกระโปรงสีขาวสะอาด ดูแล้วน่ารักเหมือนกัน
"เอ่อ... แล้วเธอเป็นใครกัน" ผมไม่ได้ตอบคำถามของเธอ หรอก เพราะ ผมเองก็ไม่ได้มาเที่ยวซะหน่อย
เธอหัวเราะเล็กน้อย "ดูท่า คุณคงไม่รู้วิธีออกไปจากที่นี่ซินะ"
เธอไม่ได้ตอบคำถามผม ซะด้วย เธออ้อมไปที่ด้านหลังรูปปั้น "ถ้าคุณอยากลงไปข้างล่าง ทางลงอยู่ตรงนี้นะ"
พอได้ยินคำว่าทางลง ผมจะได้ออกไปจากไอ้สถานที่แห่งนี้แล้ว ผมวิ่งไปดูทันที สิ่งที่พบก็คือ.....
พื้นที่หมุนจนดูคล้ายน้ำวน แบบเครื่องวัดบุญที่ผมเจอมาข้างล่างนั่นชัดๆ
เธอคนนั้นหายไปแล้วอีกตังหาก เชื่อได้ว่า เธอคงลงไปข้างล่างแล้วเป็นแน่แท้
นาทีนี้ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วละ เลยตัดสินใจ ก้าวเท้าเข้าไปที่ใจกลางของสิ่งนั้นอีกครั้ง
แล้วผมก็รู้สึกตัวอีกที บนที่นอน ที่บ้านผมนั้นเอง
จบ.
อ่านแล้ว ใครคิดว่าผมหมกหมุ่นก็เอาเหอะนะ
ส่วนผู้หญิงคนนั้นบอกตามตรงว่า ไม่สามารถรายละเอียดอะไรได้ ขอเก็บเธอไว้ในใจเป็นความลับของเรื่องนี้ก็และกัน ^^b
ปล.เขียนไม่ดี อย่าว่าเรานะ